บทความ

หยุด !! 3 พฤติกรรมแบบนี้หน้าคอมฯ

รูปภาพ
หยุด !! 3 พฤติกรรมแบบนี้หน้าคอมฯ                   วันนี้มาแอดมินนำข้อห้ามในการในขณะที่เราอยู่หน้าคอมพ์ มาฝากผู้อ่านทุกท่าน ซึ่งถ้าเรายังติดอยู่กับพฤติกรรมเดิมๆเหล่านี้ ก็จะทำให้ส่งผลเสียต่อตัวเราเองนะคะ เอาละค่ะ เราไปดูกันเลยค่ะว่า 3 พฤติกรรมแบบไหน ที่เราควรหยุด !! จ้องหน้าคอมฯนานๆ หลายๆคนยังมีนิสัยแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะงาน หรือการดูหนัง ฯลฯ ที่ทำให้เราต้องจ้องอยู่หน้าคอมฯตลอดเวลา มากกว่า 30 นาที ซึ่งส่งผลเสียต่อสายตาเราเป็นอย่างมาก คุณควรพักสายตาโดยการ เปลี่ยนไปมองอย่างอื่นแทน อาจจะหันซ้าย ขวา ลุกเดินไปมองที่อื่น หรือ ถ้าใครมีแว่นสายตา ก็ควรทำให้เป็นแบบกรองแสงหน้าจอ จะช่วยได้เป็นอย่างมากเลยค่ะ นั่งผิดท่า การนั่งผิดท่าส่งผลทำให้กล้ามเนื้อของเรา ตึง , มีอาการเจ็บปวด หรือส่งผลทำให้เราเสียบุคลิค เช่นบางคนนั่งหลังคร่อม อยู่หน้าคอมฯจนเพลิน มห้เราแก้ปัญหาโดยการ ยืดเส้น ยืดสายบ้าง จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เล่นคอมในที่ๆมีแสงน้อย ข้อนี้แอดมินทำบ่อยเลยค่ะ (ไม่ควรทำตามนะคะ) ไม่ว่าจะหน้าคอมฯ หรือหน้าจอ ...

มาเช็คกันดีกว่า ตัวคุณคือกลุ่มเสี่ยงโรคซึมเศร้าหรือไม่ ?

รูปภาพ
มาเช็คกันดีกว่า ตัวคุณคือกลุ่มเสี่ยงโรคซึมเศร้าหรือไม่ ?             หลายคนคงเคยได้ยิน ชื่อโรคที่ช่วงนี้เป็นที่ระบาดกันอย่างหนัก นั่นคือ "โรคซึมเศร้า" ในขณะที่ต่างประเทศ อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยโรคนี้ และฆ่าตัวตายไปแล้ว 60%           โดยโรคซึมเศร้า คือ เกิดจากสภาวะเครียดโดยไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้น แอดมินจึงนำแบบทดสอบมาให้คุณผู้อ่าน ที่คิดว่ามีกลุ่มเสี่ยงโรคนี้ลองทดสอบกันดูกันนะคะ มีความรู้สึกจิตใจเศร้าหมอง โดยไม่ทราบสาเหตุ  มีความเศร้าหมองในงานรื่นเริงบันเทิงใจ หมดสนุก ไม่มีความสุขกับสิ่งที่ชอบทำ อ่อนเพลียเหมือนไม่มีแรง ไม่อยากทำอะไร เบื่อหน่าย เบื่ออาหาร โทษตัวเองในทุกๆเรื่อง สันโดษ ไม่อยากเจอใคร นอนไม่ค่อยหลับ คิดมาก คิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า             เอาละค่ะ ลองเช็คตัวเองดูนะคะ ว่าตรงกับข้อไหนบ้าง หรือถ้าตรงมากกว่า 7 ข้อ แสดงว่าคุณเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง "โรคซึมเศร้า" ควรไปพบจิตแพทย์ เพื่อการบำบัดรักษานะคะ

อยากชะลอความแก่ ตามมาทางนี้

รูปภาพ
อยากชะลอความแก่ ตามมาทางนี้                วันนี้แอดมินซูชิ นำ วิธีชะลอความแก่ แบบธรรมชาติ ที่หลายๆคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องไปพึ่งการทำศัลยกรรมกันนะคะ ซึ่งวิธีที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นเคล็ดลับ(ที่ไม่ลับ)ชะลอความแก่ที่ได้ผลทั้งด้านจิตใจ และร่างกาย จะมีอะไรกันบ้าง ตามไปดูกันค่ะ การมองโลกในแง่ดีหรือคิดบวก วิธีนี้ ถือว่าเป็นวิธีที่ The best และพื้นฐานมากเลยค่ะ ทำได้ในทุกวัย เพราะการมองโลกในแง่ดีหรือคิดบวก จะช่วยทำให้สุขภาพทางใจของเรา เบิกบาน มีความสุข และส่งผลให้ร่างกายของเราเปล่งปลั่ง มีพลังงานที่ดีค่ะ หลีกเลี่ยงหรือลดอาหารประเภทเนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เนื้อหมู , เนื้อวัว เพราะเนื้อสัตว์จำพวกนี้ ยิ่งบริโภคยิ่งมีแต่ให้โทษต่อร่างกาย เป็นไขมันสะสม ลองเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาบริโภค เนื้อปลา เป็นแหล่งโปรตีนที่มีประโยชน์ และยังช่วยในเรื่องการลดความอ้วนอีกนะคะ บริโภคผักใบเขียว + ผลไม้ การบริโภคผัก และผลไม้ เป็นตัวเสริมสร้างสุขภาพร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี อีกทั้งช่วยไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และในตัวผักและผลไม้มีวิตามินอย่างมาก บำรุงส่วน...

ทำยังไงดี ไม่กล้ายิ้มให้ใคร เพราะปัญหาฟันเหลือง !!

รูปภาพ
ทำยังไงดี ไม่กล้ายิ้มให้ใคร เพราะปัญหาฟันเหลือง !!                  หลายคนที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ แอดมินเชื่อว่า ต้องมีลักษณะฟันไม่สะอาด หรือที่เรียกภาษาชาวบ้านว่าฟันเหลืองนะคะ ซึ่งปัญหาฟันเหลืองอาจเกิดจากการกินของเรา เช่น ดื่ม ชา , กาแฟ หรืออาหารประเภทที่มีสีจัดๆ พวกนี้คือตัวการที่ทำให้ฟันเราเหลืองมาก ยิ่งนานไปยิ่งแก้ไขยาก แต่ถ้าใครที่ไม่สามารถหยุดพฤติกรรมการดื่ม ชา , กาแฟ ได้ แอดมินแนะนำให้ใช้หลอดดูดดีกว่านะคะ                   ต่อไปแอดมินจะแนะนำ วิธีทำให้ฟันขาวแบบธรรมชาติให้คุณๆทั้งหลายนะคะ เพื่อเวลาไปไหน   จะได้ยิ้มได้อย่างมั่นใจ ตามไปดูกันเลยค่ะ เปลือกกล้วย  เป็นวิธีทางธรรมชาติที่สุดนะคะ โดยการ นำเปลือกกล้วยมาถูบริเวณฟันเรา อย่าขัดแรงนะคะ เพราะถ้าขัดแรง จะทำให้สารเคลือบฟันเราหลุดออกได้ง่ายค่ะ แต่ต้องขัดเป็นประจำ แล้วรอดูความเปลี่ยนแปลงได้เลยค่ะ มะนาว โดยการคั้นน้ำมะนาวแล้วผสมกับน้ำในปริมาณที่เท่ากัน จากนั้นนำมาบ้วนปาก หรือถูบริเวณฟัน ซึ่งน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรด ...

ทำไงดี รองเท้าเหม็น จะใส่ไปไหนก็ไม่มั่นใจ !!

รูปภาพ
ทำไงดี รองเท้าเหม็น จะใส่ไปที่ไหนก็ไม่มั่นใจ !!               เชื่อว่าวัยรุ่นทุกคนในตอนนี้ เวลาจะไปเที่ยวที่ไหน จะต้องมีรองเท้าคู่โปรด รองเท้าคู่ใจกัน แต่ถ้าเกิดว่าวันใดวันหนึ่ง รองเท้าคู่โปรดของเรานั้น เกิดมีกลิ่นเหม็น, อับ อาจจะเกิดจากการที่รองเท้าโดนน้ำ หรือเราใส่บ่อยจนมีเหงื่อ (หลายๆคนใส่แบบไม่สวมถุงเท้า) เราจะทำยังไงดี ตามไปดูวิธีแก้รองเท้าเหม็นกันดีกว่าค่ะ แป้งฝุ่น   ถ้าเกิดต้องการจะใส่รองเท้าคู่โปรดที่มีกลิ่น แบบกระทันหันล่ะก็ แนะนำให้เอาแป้งฝุ่นโรยไปในรองเท้าเลยค่ะ (วิธีนี้แอดมินใช้บ่อย อิอิ) สามารถแก้รองเท้าเหม็นและทำให้เท้าเราลดกลิ่นอับได้ด้วยนะคะ กากกาแฟ แอดมินเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่า กากกาแฟ  สามารถดับกลิ่น แก้รองเท้าเหม็นได้ โดยการนำกากกาแฟสด (บ้านใครที่คุณพ่อคุณแม่ดื่มกาแฟสดจะได้เปรียบอยู่หน่อยๆ) ไปใส่ในถุงชาบางๆหรือง่ายๆเอาไปใส่ในถุงเท้า แล้วเอาไปแช่ไว้ในรองเท้าเราทิ้งไว้ แค่นี้ก็จะลดกลิ่นเหม็นของรองเท้าเราได้ค่ะ เกิดจากพื้นรองเท้า   พื้นรองเท้านี่ตัวการใหญ่เลยค่ะ แหล่งสะสมของแบคทีเรียและกล...

ไปไหนก็เมารถ ทำไงดี !!

รูปภาพ
ไปไหนก็เมารถ ทำไงดี !!             หลายคนเวลาเดินทางไปเที่ยวที่ไหน กะไปถ่ายรูปสวยๆแต่งตัวสวย แต่งตัวหล่อไป แต่ในระหว่างทางเกิดมีอาการ เมารถ คลื่นไส้ อยากอาเจียนขึ้นมาทันที ซึ่งส่งผลให้หน้าตาที่จัดเต็มมานั้น กลับเหนื่อยล้า บางคนอาจจะแทบหมดอารมณ์เที่ยวกันเลยทีเดียว               วันนี้แอดมินนำ วิธีแก้อาการเมารถ มาฝากน้องๆหนูทุกคน ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ยาก สามารถปฏิบัตืได้ง่ายๆ โดยวิธีการแรกคือ  ทานผลไม้ที่มีรถเปรี้ยว เช่น มะขาม , มะม่วง  เป็นต้น เพราะผลไม้พวกนี้ ความเปรี้ยวสามารถทำให้เราตื่นตัว และช่วยให้สมองเราฟื้นตัวจากการเมารถได้ค่ะ ถ้าเลือกได้ พยายามนั่งรถในส่วนของด้านหน้า เพราะประสาทของเราจะได้รับรู้การเคลื่อนไหวของรถและจังหวะการเคลื่อนตัว มีผู้ทดลองวิธีมาแล้วพบว่า ช่วยลดอาการเมารถได้จริง กินยาแก้เมา เช่น ไดเมนไฮดริเนต มีขายตามร้านขายยาทั่วไป ใครที่รู้ตัวว่ามีอาการเมารถในระหว่างเดินทาง กินเตรียมไว้ก่อนก็ได้ค่ะ ยาดม ยาหม่อง เป็นตัวช่วยที่ดีเลยทีเดียวค่ะ ช่วยลดอาการเมารถได้ดี สุดท้าย หลีกเล...

ชอบกินมื้อดึกบ่อย ต้องระวัง !!

รูปภาพ
ชอบกินมื้อดึกบ่อย ต้องระวัง !!             ใครที่ชอบกินก่อนนอนหรือกินข้าว,ขนมตอนดึก ต้องมาอ่านเลยค่ะ แอดมินซูชิเชื่อว่า หลายๆคนคงชอบหิว ท้องร้องบ่อยๆในตอนดึก ถ้าไม่ได้กินจะเกิดอาการนอนไม่หลับ แต่รู้หรือปล่าวคะว่า มื้อดึกนั้น ให้โทษมากกว่าที่เราคิดนะคะ              นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการทดลอง โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรกให้กินข้าว 3 มื้อ และของว่างอีก 2 มื้อ ในช่วงเวลา 08.00 น. ถึง 19.00 น. ส่วนอีกกลุ่ม เปลี่ยนเวลาให้กินตั้งแต่ 12.00 น. ถึง 23.00 น. และเข้านอนช่วงเวลาเดียวกันคือ 23.00 น. ถึง 09.00 น. เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์             ซึ่งพบว่า ในกลุ่มแรก มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น  ระดับอินซูลีน, คอเรสเตอรอล และ ไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นเนื่องจาก ร่างกายทำงานหนัก เผาผลาญผิดเวลา และยังเสี่ยงให้เกิดโรคเบาหวานและโรคหัวใจตามมา  ส่วนกลุ่มที่ 2 นั้น ไม่มีปัญหาใดๆ อีกทั้งร่างกายยังช่วยเผาผลาญได้ดีกว่ากลุ่มแรก แถมร่...